DailyCost
← กลับหน้าหลัก
คิดต้นทุน

วิธีคิดต้นทุนอาหาร ตั้งราคาขายให้ได้กำไร

ปรับปรุงล่าสุด: 12 กันยายน 2026

บราวนี่ช็อกโกแลตวางบนกระดาษไข พร้อมป้ายราคาเปล่า

ขายดีทุกวัน แต่สิ้นเดือนแล้วเงินไม่เหลือ — ปัญหานี้เกือบทั้งหมดมาจากจุดเดียว คือคิดต้นทุนไม่ครบ

คนส่วนใหญ่คิดแค่ค่าวัตถุดิบ แล้วบวกกำไรที่รู้สึกว่าพอใจ พอเอาเข้าจริงยังมีค่าแก๊ส ค่าไฟ กล่อง ถุง ค่าเช่า และแรงของตัวเองที่ไม่เคยถูกนับ กำไรที่คิดว่าได้จึงหายไปทีละนิดโดยไม่รู้ตัว

บทความนี้จะพาคิดต้นทุนให้ครบทีละขั้น พร้อมตัวอย่างจริงที่คำนวณให้ดูทุกตัวเลข อ่านจบแล้วคิดต้นทุนของตัวเองได้เลย

ต้นทุนมีกี่แบบ

ก่อนจะคำนวณ ต้องแยกให้ออกก่อนว่าต้นทุนมี 2 กลุ่มใหญ่

1. ต้นทุนวัตถุดิบ

ของที่กลายไปเป็นตัวสินค้า — แป้ง น้ำตาล เนย ช็อกโกแลต ไข่ นม

กลุ่มนี้คนคิดกันอยู่แล้ว และเป็นกลุ่มเดียวที่คนส่วนใหญ่คิด

2. ต้นทุนแฝง (โสหุ้ย)

ของที่ไม่ได้อยู่ในตัวสินค้า แต่ถ้าไม่มีก็ขายไม่ได้ กลุ่มนี้แหละที่ทำให้กำไรหาย

รายการคนลืมบ่อยแค่ไหน
แพ็กเกจจิ้ง (กล่อง ถุง สติกเกอร์ ริบบิ้น)ลืมบ่อยมาก
ค่าแก๊ส ค่าไฟ (เตาอบใช้ไฟเยอะ)ลืมบ่อยมาก
ค่าแรงตัวเองเกือบทุกคนลืม
ค่าเช่าที่ / ค่าน้ำลืมถ้าทำที่บ้าน
ของเสีย ของที่ทำพังเกือบทุกคนลืม
ค่าเสื่อมอุปกรณ์ (เตาอบ เครื่องตี)แทบไม่มีใครคิด
ค่าเดินทางไปซื้อของแทบไม่มีใครคิด

วิธีคิดโสหุ้ยที่ง่ายที่สุด

รวมค่าใช้จ่ายทั้งเดือน แล้วหารด้วยจำนวนชิ้นที่ขายได้ทั้งเดือน

ค่าเช่า฿10,000
ค่าน้ำ-ค่าไฟ฿14,000
เงินเดือน / ค่าแรงประจำ฿20,000
อื่น ๆ฿2,000
รวม฿46,000 / เดือน
÷ ชิ้นที่ขายได้ทั้งร้าน 8,000 ชิ้น/เดือน= ฿5.75 ต่อชิ้น

ตัวเลขนี้ตั้งครั้งเดียวแล้วใช้ได้กับทุกสูตร ไม่ต้องมานั่งกรอกซ้ำ

สูตรหาต้นทุนต่อชิ้น

เมื่อแยกต้นทุน 2 กลุ่มออกแล้ว สูตรจะเหลือแค่นี้

ต้นทุนวัตถุดิบต่อรอบ ÷ yield
+
โสหุ้ยต่อรอบ
=
ต้นทุนรวมต่อรอบ
÷
จำนวนชิ้นที่ได้
=
ต้นทุนต่อชิ้น

yield คืออะไร — คือสัดส่วนที่ได้ของจริงหลังหักของเสีย เศษที่ติดชาม ของที่ทำพัง

ถ้าทำ 10 รอบแล้วใช้ได้จริง 9 รอบ yield คือ 90% การหารด้วย 0.90 จะดันต้นทุนขึ้นเล็กน้อยเพื่อชดเชยรอบที่เสีย ถ้าไม่คิด yield เลย ต้นทุนที่ได้จะต่ำกว่าความจริงเสมอ

ตัวอย่างจริง: บราวนี่ 12 ชิ้น

บราวนี่วางบนตาชั่งสองแขน อีกข้างว่างเปล่า มีม้วนกระดาษใบเสร็จวางอยู่ข้าง ๆ

มาลองคำนวณกันจริงทีละขั้น

ตัวเลขในตัวอย่างนี้เป็นของร้านหนึ่งเท่านั้นราคาวัตถุดิบต่างกันตามร้านที่ซื้อและช่วงเวลา ส่วนโสหุ้ยยิ่งต่างกันมาก ร้านที่มีหน้าร้านและลูกจ้างจะสูงกว่าคนที่ทำขายที่บ้านหลายเท่า ใช้วิธีคิดตามบทความนี้ได้เลย แต่ต้องแทนตัวเลขของร้านตัวเอง

ขั้นที่ 1 — รวมค่าวัตถุดิบ

วัตถุดิบปริมาณราคา/หน่วยรวม
ดาร์คช็อกโกแลต 62%150 ก.฿0.94฿141.00
เนยสด (จืด)110 ก.฿0.65฿71.50
ผงโกโก้30 ก.฿0.421฿12.63
ไข่ไก่ เบอร์ 22 ฟอง฿5.30฿10.60
น้ำตาลทรายแดง150 ก.฿0.06฿9.00
แป้งสาลีอเนกประสงค์120 ก.฿0.035฿4.20
ผงฟู4 ก.฿0.139฿0.56
เกลือ1 ก.฿0.03฿0.03
รวม฿249.52

สังเกตว่าดาร์คช็อกโกแลตอย่างเดียวกินไป 57% ของต้นทุนวัตถุดิบทั้งหมด — ของแบบนี้จะเห็นก็ต่อเมื่อกางออกมาเป็นรายตัว และเป็นตัวที่ต้องจับตาเวลาราคาขึ้น

ขั้นที่ 2 — คิด yield

249.52 ÷ 0.90 = ฿277.24

ขั้นที่ 3 — บวกโสหุ้ย

โสหุ้ย ฿5.75 ต่อชิ้น รอบนี้ได้ 12 ชิ้น

5.75 × 12 = ฿69.00277.24 + 69.00 = ฿346.24 ต่อรอบ

ขั้นที่ 4 — หารเป็นต่อชิ้น

346.24 ÷ 12 ชิ้น = ฿28.85 ต่อชิ้น

เทียบกับการคิดแค่วัตถุดิบ

คิดแค่วัตถุดิบ249.52 ÷ 12 =฿20.79
คิดครบ346.24 ÷ 12 =฿28.85
ต่างกัน฿8.06

ต่างกัน 28% ของต้นทุนจริง — ถ้าตั้งราคาจากตัวเลขที่ผิด ขาย 100 ชิ้นก็หายไป 806 บาทโดยไม่รู้ตัว และยิ่งขายเยอะยิ่งขาดทุนเยอะ

ใบคำนวณต้นทุนบราวนี่ 12 ชิ้น ต้นทุน 28.85 บาท/ชิ้น ราคาขายรวม VAT 61.75 บาท

วิธีตั้งราคาขายจากต้นทุน

รู้ต้นทุนแล้ว คำถามต่อไปคือจะบวกเท่าไหร่ ตรงนี้มีศัพท์ 2 คำที่คนสับสนกันมากที่สุด

markup กับ margin ต่างกันยังไง

markup= กำไร ÷ ต้นทุน(บวกจากต้นทุนกี่ %)
margin= กำไร ÷ ราคาขาย(ในราคาที่ขาย เป็นกำไรกี่ %)

กำไรก้อนเดียวกัน แต่ตัวหารคนละตัว จึงได้เลขไม่เท่ากัน และไม่มีวันเท่ากัน

ต้นทุน ฿28.85 ต่อชิ้น บวก markup ต่างกันจะได้แบบนี้

ถ้าบวก markupราคาขายกำไร/ชิ้นเท่ากับ margin
50%฿43.28฿14.4333.3%
100%฿57.71฿28.8550.0%
150%฿72.13฿43.2860.0%
200%฿86.56฿57.7166.7%

จุดที่พลาดกันบ่อย คือเห็นคนแนะนำว่า "ขนมควรได้ margin 50%" แล้วไปบวกต้นทุน 50% ซึ่งจริง ๆ ได้ margin แค่ 33.3% — ห่างจากเป้าไปมาก

ถ้าอยากได้ margin ตามที่ตั้งใจ ใช้สูตรนี้

ราคาขาย = ต้นทุน ÷ (1 − margin ที่ต้องการ)เช่น 28.85 ÷ (1 − 0.50) = ฿57.71

ลองเทียบหลายราคา

ราคาขายกำไร/ชิ้นmarginขาย 100 ชิ้นได้กำไร
฿40฿11.1527.9%฿1,115
฿45฿16.1535.9%฿1,615
฿50฿21.1542.3%฿2,115
฿58฿29.1550.3%฿2,915
฿65฿36.1555.6%฿3,615

ถ้าจดทะเบียน VAT ต้องคิดเพิ่ม

VAT 7% ไม่ใช่รายได้ของร้าน เป็นเงินที่เก็บแทนกรมสรรพากรแล้วต้องนำส่ง ดังนั้น ห้ามเอา VAT ไปรวมเป็นกำไร

ราคาขาย (ก่อน VAT)฿57.71← เงินที่ร้านได้
+ VAT 7%฿4.04← ต้องนำส่งรัฐ
= ราคาที่ลูกค้าจ่าย฿61.75

margin ยังคงเป็น 50% เพราะคิดจาก 57.71 ไม่ใช่ 61.75 ถ้าเผลอคิดจาก 61.75 จะได้ 46.7% ซึ่งต่ำกว่าความจริง

ขายผ่านเดลิเวอรีต้องบวกเท่าไหร่

แพลตฟอร์มเดลิเวอรีหักค่าคอมมิชชัน (GP) จากราคาที่ตั้งบนแอป และ GP ยังมี VAT ของตัวเองอีกชั้น

ตัวอย่าง Grab ที่ GP 30% เมื่อรวม VAT ของ GP อีก 7% จะถูกหักจริงประมาณ 32.1%

อยากได้เท่าเดิม฿57.71
ต้องตั้งบนแอป฿84.99
เพราะ 84.99 × (1 − 0.321) = ฿57.71

สูตรคือ

ราคาบนแอป = ราคาที่อยากได้ ÷ (1 − อัตราที่ถูกหักรวม)

อัตรา GP ต่างกันตามแพลตฟอร์มและประเภทร้าน ต้องเช็กจากสัญญาของตัวเอง แต่หลักคิดเหมือนกันหมด

คนที่ตั้งราคาบนแอปเท่าหน้าร้าน คือคนที่ยกกำไรให้แพลตฟอร์มไปเกือบทั้งหมด

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย

ไม่คิดค่าแรงตัวเอง — ถ้าจ้างคนมาทำแทนต้องจ่ายเท่าไหร่ นั่นคือค่าแรงที่ต้องอยู่ในต้นทุน ไม่ใช่เพราะทำเองแล้วฟรี

ลืมของเสีย — รอบที่ไหม้ ที่ขึ้นรูปไม่สวย ที่ขายไม่หมด ล้วนใช้วัตถุดิบไปแล้ว นี่คือเหตุผลที่ต้องมี yield

ตั้งราคาตามร้านข้างๆ — ต้นทุนเขาอาจต่างจากเรามาก เขาอาจซื้อของเป็นล็อตใหญ่ หรือไม่มีค่าเช่า

ไม่อัปเดตราคาวัตถุดิบ — เนยกับช็อกโกแลตขึ้นราคาบ่อย ถ้าคิดต้นทุนไว้ปีที่แล้วแล้วไม่เคยแก้ ตัวเลขที่ใช้อยู่อาจผิดไปแล้ว

คิดต้นทุนครั้งเดียวตอนเปิดร้าน — ควรทบทวนทุก 3 เดือน หรือทุกครั้งที่ราคาวัตถุดิบขยับ

คำถามที่พบบ่อย

ต้นทุนอาหารควรอยู่ที่กี่เปอร์เซ็นต์ของราคาขาย +
ไม่มีตัวเลขที่ใช้ได้กับทุกร้าน เพราะขึ้นกับค่าเช่า ค่าแรง และรูปแบบการขาย วิธีที่ตรงกว่าคือคำนวณต้นทุนจริงของตัวเองให้ครบก่อน แล้วดูว่าราคาที่ตั้งเหลือกำไรพอจ่ายทุกอย่างและเก็บได้จริงหรือเปล่า
คิดค่าแรงตัวเองยังไง +
ประเมินว่าถ้าจ้างคนมาทำงานเดียวกันต้องจ่ายชั่วโมงละเท่าไหร่ แล้วคูณด้วยเวลาที่ใช้ต่อรอบ เอาตัวเลขนี้ไปรวมในโสหุ้ย
ต้องคิด yield ทุกสูตรไหม +
ควรคิด แต่ไม่ต้องเป๊ะ ถ้ายังไม่มีข้อมูล เริ่มที่ 90–95% ก่อนได้ แล้วค่อยปรับเมื่อจดบันทึกของเสียจริงไปสักระยะ
ทำขายที่บ้าน ไม่มีค่าเช่า ต้องคิดโสหุ้ยไหม +
ต้องคิด แต่จะน้อยกว่าร้านที่มีหน้าร้านมาก อย่างน้อยต้องมีค่าไฟ ค่าแก๊ส แพ็กเกจจิ้ง และค่าแรงตัวเอง ถ้าใช้พื้นที่บ้านเป็นครัวเต็มเวลาก็ควรตีค่าเช่าส่วนนั้นเข้าไปด้วย
ราคาวัตถุดิบเปลี่ยนบ่อย ต้องคำนวณใหม่ทุกครั้งไหม +
ไม่จำเป็นทุกครั้ง แต่ควรทบทวนเมื่อวัตถุดิบตัวที่กินสัดส่วนต้นทุนมากที่สุดขยับราคา อย่างในตัวอย่างนี้คือช็อกโกแลตที่กิน 57% ของต้นทุน ถ้าตัวนี้ขึ้น 10% ต้นทุนรวมจะขยับทันที
ขายไม่จดทะเบียน VAT ต้องคิด VAT ไหม +
ไม่ต้อง ถ้ายังไม่ได้จดทะเบียน ก็ตั้งราคาจากต้นทุนบวกกำไรได้เลย ข้ามส่วน VAT ไป

สรุป

  1. รวมค่าวัตถุดิบให้ครบทุกตัว แม้แต่เกลือ
  2. หารด้วย yield เพื่อชดเชยของเสีย
  3. บวกโสหุ้ย = ค่าใช้จ่ายทั้งเดือน ÷ ชิ้นที่ขายได้ทั้งเดือน
  4. หารด้วยจำนวนชิ้นที่ได้ = ต้นทุนต่อชิ้น
  5. ตั้งราคาด้วยสูตร ต้นทุน ÷ (1 − margin ที่ต้องการ)
  6. ถ้าจด VAT บวกเพิ่มจากราคาขาย ไม่ใช่รวมเข้าไปในกำไร
  7. ถ้าขายเดลิเวอรี หารด้วย (1 − อัตราที่ถูกหัก)

ตัวเลขทุกตัวในบทความนี้เป็นของร้านตัวอย่าง — สิ่งที่เอาไปใช้ได้คือวิธีคิด ส่วนตัวเลขต้องเป็นของร้านคุณเอง

ถ้าไม่อยากคำนวณเองทุกครั้ง

DailyCost คิดต้นทุน yield โสหุ้ย margin VAT และราคาบนเดลิเวอรีให้อัตโนมัติ ตั้งค่าใช้จ่ายร้านครั้งเดียว เฉลี่ยลงทุกสูตรเอง เก็บราคาวัตถุดิบไว้ที่เดียว พอราคาของขึ้นก็แก้ครั้งเดียวแล้วทุกสูตรอัปเดตตาม

เริ่มใช้ฟรี →

สูตรบราวนี่ในตัวอย่างนี้มาจาก "Little Cat Brownie" ที่ครูปูนแจกไว้สาธารณะ ขอบคุณครับ 🙏 — บทความนี้หยิบมาเฉพาะรายการวัตถุดิบและปริมาณเพื่อสาธิตวิธีคิดต้นทุน (ปรับไข่เป็นเบอร์ 2 ตามที่ใช้จริง) ไม่ได้เผยแพร่วิธีทำ

© 2026 DailyCost · โดย นางสาวณัชชา เสาวธารพงศ์
นโยบายความเป็นส่วนตัวข้อตกลงการใช้บริการหน้าหลัก